โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ นราธิวาส จัดกิจกรรม “งานวิชาการอิสลามศึกษา”
เปิดเวทีให้เยาวชนได้เรียนรู้ ฝึกฝน และแสดงความสามารถผ่านการแข่งขันด้านอัลกุรอานและอัลหะดีษ
มุ่งพัฒนาทั้งทักษะวิชาการ การสื่อสาร ความคิดสร้างสรรค์ คุณธรรม และการทำงานอย่างมีเป้าหมาย
เพื่อเติบโตเป็นกำลังสำคัญของครอบครัว สังคม และประเทศชาติ
เมื่อวันที่ 17 สิงหาคม 2569 เวลา 09.00 น. ณ โรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ จังหวัดนราธิวาส อาจารย์ไพศาล ตอยิบ ผู้รับใบอนุญาตและผู้จัดการโรงเรียนอัตตัรกียะห์อิสลามียะห์ ให้เกียรติเป็นประธานเปิด “กิจกรรมงานวิชาการอิสลามศึกษา” ซึ่งจัดขึ้นภายใต้กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ตามโครงการเรียนฟรี 15 ปี อย่างมีคุณภาพ
กิจกรรมดังกล่าวมีเป้าหมายสำคัญในการส่งเสริมให้ผู้เรียนได้พัฒนาความรู้และทักษะด้านวิชาการอิสลามศึกษา ควบคู่กับการปลูกฝังคุณธรรมและจริยธรรม พร้อมเปิดพื้นที่ให้เยาวชนได้ เรียนรู้จากการลงมือปฏิบัติจริง กล้าแสดงออก คิดสร้างสรรค์ สื่อสารอย่างมีเหตุผล และนำองค์ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน
โดยในครั้งนี้ สาระซารีอะห์ ได้ร่วมจัดกิจกรรมการแข่งขันเพื่อพัฒนาทักษะของผู้เรียนด้านอัลกุรอานและอัลหะดีษ รวม 9 รายการ ได้แก่
- การทดสอบการท่องจำอัลกุรอาน – ส่งเสริมความจำ สมาธิ และความมุ่งมั่นในการเรียนรู้
- การทดสอบการอ่านอัลกุรอานแบบมุร็อตตั้ล – พัฒนาทักษะการอ่านออกเสียงและความถูกต้องตามหลักการ
- การประกวดคลิปสั้นอรรถาธิบายซูเราะฮ์อัลฟาติหะห์ – ฝึกการตีความ เรียบเรียงความคิด และถ่ายทอดความรู้ผ่านสื่อดิจิทัล
- การประกวดคลิปสั้นเล่าเรื่องจากอัลกุรอาน – พัฒนาทักษะการเล่าเรื่อง ความคิดสร้างสรรค์ และการผลิตสื่อ
- การประกวดคลิปสั้นบรรยายอัลหะดีษ – ฝึกการสื่อสารสาระสำคัญให้เข้าใจง่ายและเชื่อมโยงกับชีวิตประจำวัน
- การแข่งขันตอบคำถามแฟนพันธุ์แท้อัลกุรอานและอัลหะดีษ (Kahoot) – ส่งเสริมการเรียนรู้ผ่านเทคโนโลยีและการคิดวิเคราะห์
- การทดสอบท่องจำอัลหะดีษ – พัฒนาความจำ ความเข้าใจ และการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ
- การแข่งขันออกแบบโปสเตอร์ – เปิดพื้นที่ให้เยาวชนใช้ความคิดสร้างสรรค์เพื่อสื่อสารองค์ความรู้
- การแข่งขันคัดอายัตอัลกุรอานแบบสร้างสรรค์ – ส่งเสริมการประยุกต์ใช้ความรู้ผ่านงานสร้างสรรค์และการสื่อสารด้วยภาพ
กิจกรรมทั้ง 9 รายการจึงไม่ได้มุ่งเน้นเพียงการแข่งขันเพื่อค้นหาผู้ชนะ แต่เป็น กระบวนการเรียนรู้ที่เปิดโอกาสให้เยาวชนได้ค้นพบความสามารถของตนเอง ตั้งแต่การจดจำและทำความเข้าใจเนื้อหา การคิดวิเคราะห์ การพูดและการเล่าเรื่อง ไปจนถึงการใช้เทคโนโลยีและความคิดสร้างสรรค์ในการสื่อสาร
โดยเฉพาะกิจกรรมในรูปแบบ คลิปสั้น โปสเตอร์ และ Kahoot ยังช่วยเชื่อมโยงการเรียนรู้อิสลามศึกษาเข้ากับทักษะที่จำเป็นในโลกยุคดิจิทัล ทำให้ผู้เรียนไม่ได้เป็นเพียง “ผู้รับสาร” แต่สามารถก้าวไปสู่การเป็น ผู้สร้างสรรค์และผู้สื่อสารองค์ความรู้ ด้วยตนเอง
การจัดกิจกรรมครั้งนี้จึงเป็นอีกหนึ่งพื้นที่สำคัญในการพัฒนาเยาวชนให้มีทั้ง ความรู้ ทักษะ คุณธรรม และความสามารถในการสื่อสาร สามารถนำสิ่งที่เรียนรู้ไปใช้เป็นแนวทางในการดำเนินชีวิต และเติบโตเป็นแบบอย่างที่ดีของครอบครัว โรงเรียน สังคม และประเทศชาติต่อไป






